'Metaverse' โลกอนาคตที่มาแน่
24 Oct 2021

 

       เคยคิดไหมว่า เราจะคุยกับเพื่อนผ่านทาง Line เคยคิดไหมว่า เราจะเจอเพื่อนสมัยประถม ทาง Facebook และ เคยคิดไหมว่า เราจะสั่งอาหารมิชลินไกด์ ผ่านทางแอปพลิเคชัน นี่คือโลกที่เรา(เคย)คิดไม่ถึง แต่กลายเป็นโลกที่เราใช้ชีวิตกันอยู่ในปัจจุบัน ณ วันนี้มีอีกโลกที่กำลังรอพวกเราอยู่ในอนาคตอันใกล้ กูรูหลายสำนักคิดกันว่า มันจะมาแน่นอน วันนี้ผมเล่าให้ฟังครับ โลก ‘Metaverse’

 

Metaverse คืออะไร

Metaverse คือโลกดิจิทัลที่คนสามารถเข้าไปในนั้น เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ ทั้งการทำงาน การพบปะผู้คน การช้อปปิ้ง การเล่นเกม หรืออะไรก็ได้ ที่โลกปกติไม่สามารถทำได้ เป็นโลกจริงและโลกเสมือนที่มีการผสมผสานกันจนเป็นเนื้อเดียวกัน โดยผู้คนจะใช้ชีวิตอยู่ในทั้งสองโลกได้อย่างไร้รอยต่อ” (นิยามโดยวีรพล สวรรค์พิทักษ์ กันยายน 2564)

 

Metaverse เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง VR (Virtual Reality), AR (Augmented Reality) และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เช่น 5G หรือ 6G เพื่อจำลองโลกเสมือนจริงเข้ามาผสมผสานกับโลกจริง

ยกตัวอย่างให้ลองนึกภาพตามนะครับ คุณผู้อ่านตื่นมาสายๆ วันอาทิตย์พบว่า อยากได้กระเป๋าแบรนด์เนม ที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง แต่ไม่อยากขับรถออกไปเจอคนเยอะๆ หาที่จอดก็ยาก จะสั่งผ่านเว็บไซต์ หรือ Line ก็ยังอยากจะไปคุยกับพนักงานขาย และเดินชมสินค้าอื่นๆ ด้วย และที่สำคัญขี้เกียจอาบน้ำแต่งตัวด้วย และก็เป็นวันอาทิตย์ 

ลองหยิบแว่น Oculus ขึ้นมาสวมหัว เลือกห้างชื่อดังย่านสุขุมวิท ทันใดนั้นตัว Avatar ของคุณผู้อ่านก็ไปปรากฏตัวอยู่ที่หน้าห้างทันที  จากนั้นก็ทำท่าเดินจริงๆ ไปร้านแบรนด์เนมเป้าหมาย เปิดประตูจริงๆ เข้าไปเจอกับพนักงานขายชื่อน้องแอมคนสวยที่เคยดูแลอยู่เป็นประจำ น้องแอมหยิบกระเป๋ารุ่นใหม่ล่าสุดมาให้ชม แหม!! ช่างถูกใจเหมือนกับที่ดูในแคตาล็อกเลย พลิกดูหน้าหลัง เปิดดูข้างในทุกช่อง ตัดสินใจ ‘ซื้อทันที’ น้องแอมบอกชำระบัตรเครดิตเหมือนเดิมไหมคะ มีโปรโมชั่นร่วมกับห้างอยู่ด้วย คุณผู้อ่านคิดว่า เมื่อคืนได้กำไรจากคริปโตฯ มา ขอชำระด้วยคริปโตฯ เป็นสกุล XRP จากนั้นก็กดไปที่ e-wallet ที่ใช้ประจำ ก็ตัดบัญชีทันที แล้วก็บ๊ายบายน้องแอม และ Log out ออกจากระบบ จากนั้นไม่ถึง 1 ชั่วโมงก็มี Messenger นำกระเป๋านั้นมาส่งให้คุณผู้อ่านถึงบ้าน นี่เป็นตัวอย่างง่ายๆ ของโลกจริง และโลกเสมือนที่ไร้รอยต่อครับ

 

 

Mark Zuckerberg ต้องการพัฒนา Facebook ให้กลายเป็น Metaverse ถึงกล้าประกาศทุ่มเม็ดเงินมหาศาล เพื่อให้ Facebook ไม่ได้เป็นเพียง Social Media แต่ให้กลายเป็นบริษัทแห่ง 'Metaverse' หรือเปลี่ยนจากการที่คนรู้สึกว่า ต้องเข้าอินเทอร์เน็ตสู่การใช้งานที่เป็นธรรมชาติ "WE WILL EFFECTIVELY TRANSITION FROM PEOPLE SEEING US AS PRIMARILY BEING A SOCIAL MEDIA COMPANY TO BEING A METAVERSE COMPANY" เป็นการต่อยอด Horizon ที่ Facebook เคยวางไว้เมื่อ 3 ปีก่อนให้เป็นโลกแห่งความบันเทิงแห่งใหม่ให้กลายเป็นโลกจริงมากยิ่งขึ้น

 

นอกจากเข้าไปลงทุนในบริษัท Hardware เพื่อผลิตอุปกรณ์ VR ในราคาถูกแล้ว ล่าสุดยังได้ร่วมมือกับบริษัทผลิตแว่นตาที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Essilor Luxottica ผลิตแว่น Ray-Ban Stories ที่นับว่า เป็นแว่นอัจฉริยะรุ่นแรกของแบรนด์นี้เลย แว่นรุ่น Wayfarer สามารถถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ ฟังเพลง ฟังพอดแคสต์ หรือแม้แต่คุยโทรศัพท์ได้ โดยที่เราไม่ต้องถือโทรศัพท์ ผู้สวมใส่สามารถใช้แว่น ถ่ายรูป ฟังเพลง ขณะทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากกล้อง 5 Megapixel 2 ตัว ติดอยู่ที่กรอบแว่น Ray-Ban และมีปุ่มชัตเตอร์อยู่ที่ด้านข้างของตัวกรอบแล้ว ผู้สวมใส่ยังใช้เสียงสั่งให้แว่นถ่ายรูปให้ได้ด้วย Zuckerberg กล่าวว่านี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะในอนาคตแว่นตาจะใช้เทคโนโลยี Augmented Reality อย่างเต็มรูปแบบหรือทำให้ภาพจำลองมาซ้อนอยู่ตรงหน้าที่เราเห็น เรียกว่าเป็นการผสานโลกเสมือนเข้ากับโลกจริงอย่างง่ายดายนั่นเอง

 

 

ในมุมมองของกูรูด้านการตลาดอย่าง Kotler เองก็มอง MarTech เหล่านี้ไว้แล้ว เป็น 1 ใน 5 เสาหลัก ได้แก่ Augmented Marketing ซึ่งหมายถึง VR+AR (อีก 4 เสาหลักได้แก่ Data-Driven Marketing, Predictive Marketing, Contextual Marketing และ Agile Marketing) เพียงแต่อาจไม่ได้กล่าวออกมาว่าเป็น Metaverse เท่านั้นเอง

Kotler มองว่า เทคโนโลยีด้านการตลาดเหล่านี้ จะถูกนำมาใช้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับลูกค้า (Customer Experience, CX) เพราะเมื่อเรามีข้อมูลเชิงลึกของลูกค้าแล้ว เราก็จะสามารถพยากรณ์ความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้าได้ เรายังสามารถปรับสินค้าและบริการให้เข้ากับลูกค้าได้แบบเฉพาะบุคคล และมีการทำงานแบบคล่องแคล่วปราดเปรียว โดยอาศัยเทคโนโลยี AR+VR นี่ล่ะที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ และดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้าได้อย่างแน่นอน

ตัวอย่างเช่น พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ประเทศฝรั่งเศส เปิดให้ผู้ชมเข้าชมพิพิธภัณฑ์ และงานศิลป์ต่างๆ ได้ผ่านทาง Virtual Reality จะใช้อุปกรณ์ VR หรือใช้แค่โทรศัพท์มือถือก็ได้ ซึ่งมีผู้เข้าชมจำนวนมากจากทั่วโลก เพราะการเดินทางภายใต้โควิด-19 ยังคงเป็นข้อจำกัดอยู่ ลูฟวร์เองประสบความสำเร็จอย่างมากจากการแสดงผลงาน Monalisa แบบ VR เมื่อสามปีที่แล้วมาแล้ว

อีกตัวอย่างเช่น ผมเพิ่งพบแพทย์ประจำตัวที่โรงพยาบาลสมิติเวชสุขุมวิทแบบ Telemed ถึงแม้จะยังไม่เป็น Augmented แต่ก็มีความสะดวก และว้าวมาก เพราะนอกจากจะสามารถตรวจเลือดโดยไม่ต้องไปโรงพยาบาลแล้ว ยังปรึกษาแพทย์เพื่ออ่านผล และให้คำแนะนำกันผ่านหน้าจอได้อย่างน่าประทับใจ ต่อไปถ้าพัฒนาเป็น Augmented คงได้เห็นคุณหมอกับผมยืนคุยกันแน่ๆ

 

 

ไม่เพียงแต่แนวคิด Metaverse ที่ถือว่าเป็นโลกอนาคต แต่ปัจจุบันการใช้ AI หรือ Artificial Intelligence ก็เข้ามาใกล้ตัวผู้บริโภคมากขึ้น หลายบริษัทเริ่มเปิดตัวนางแบบหรือ KOL ที่เป็น AI เช่น Miquela Sousa (@lilmiquela) หญิงสาวสัญชาติบราซิล-อเมริกัน Influencer คนดังในโลกออนไลน์ มีคนติดตามถึง  3ล้านคน จนทำให้เธอติดอันดับ 25 Most Influential People on the Internet ของ Time หรือ Imma (@imma.gram) ของญี่ปุ่นที่มีคนติดตามกว่า 3.5 แสนคน ประเทศไทยเองก็ไม่ช้าเปิดตัว ไอ ไอรีน (@ai_ailynn )เป็น Influencer AI รายแรกของประเทศ ต่อไปเราคงเห็น AI เข้ามามีปฏิสัมพันธ์กับโลกจริงมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อโลก Metaverse ถูกนำมาใช้ในทางธุรกิจมากยิ่งขึ้น

ในอนาคตอันใกล้ไม่ใช่แค่เรื่องการช้อปปิ้ง การพบแพทย์ การเรียน การไปธนาคารที่จะเข้าสู่โลก Metaverse เท่านั้น แต่โลกการทำงานก็ยังอาจจะเป็น Metaverse ด้วย เพราะเริ่มมีหลายบริษัทพัฒนาโปรแกรมการประชุมออนไลน์แบบ VR กันแล้ว เช่น Spatial หรือ Portal ของ Facebook ที่พัฒนาพื้นที่การทำงานเสมือนจริง เรียกว่า Infinite Office ให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างห้องประชุมจากที่ไหนก็ได้ แล้วสร้างตัว Avatar ของผู้เข้าร่วมประชุมแต่ละคน เข้ามาร่วมประชุมกันได้แบบเสมือนจริง

 

 

เมื่อโลกพัฒนาไปขนาดนี้แล้ว ท่านผู้อ่านที่มีแนวคิด Futurist คงเห็นโอกาสทางธุรกิจมากมาย อยู่ที่ว่าใครจะสามารถหา New S-curve ของธุรกิจได้ก่อนกัน เพราะโลกยุคใหม่นี้ ทำก่อนได้เปรียบเสมอ แล้วพบกันใน Metaverse นะครับ

 


บทความจากคอลัมน์ Business In Action Issue 139 
ผู้เขียน  :  อาจารย์ วีรพล สวรรค์พิทักษ์

 

[อ่าน 13,198]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทำความรู้จัก “ปิ่นเพชร โกลบอล” ผู้อยู่เบื้องหลัง “ฮากุ” แบรนด์ทิชชู่เปียกของคนไทย
ดิษทัต ปันยารชุน วางรากฐาน OR เตรียมส่งไม้ต่อให้แข็งแกร่งและยั่งยืน
วีรพล สวรรค์พิทักษ์ ยุทธศาสตร์ Eminent Air สู่ทศวรรษที่ 5
บทพิสูจน์ MAZDA เพื่อก้าวสู่ การเติบโตที่ยั่งยืน
ซีเล็คทูน่า x Sesame Street ครั้งแรกของโลก เมื่อก๊วนเพื่อนแสนซน แห่งถนนเซซามี่ มาอยู่บน ทูน่ากระป๋อง
เปิดใจ ‘ไพศาล อ่าวสถาพร’ ทำอย่างไร ให้ร้านอาหารในเครือ ‘บิสโตร เอเชีย’ สามารถเข้าถึงโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ ได้
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved