ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ตลาดนาฬิกามือสองได้เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบรนด์ระดับตำนานอย่าง Rolex ที่ไม่เพียงแต่รักษามูลค่าได้อย่างดีเยี่ยม แต่ยังมีบางรุ่นที่ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับ 5 นาฬิกา Rolex มือสองที่มีราคาพุ่งแรงที่สุดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จะมีรุ่นไหนบ้าง ไปรู้พร้อมกันเลย
1. Rolex Daytona Paul Newman Ref. 6239
เริ่มต้นด้วยตำนานแห่งวงการ Daytona Paul Newman Ref. 6239 นาฬิกาที่ได้รับการขนานนามตามนักแสดงฮอลลีวูดชื่อดัง Paul Newman นาฬิกาเรือนนี้ผลิตในช่วงปี 1963-1969 และมีลักษณะเด่นที่หน้าปัดสไตล์ "exotic" ซึ่งมีวงกลมรอบๆ subdials และตัวเลขแบบ Art Deco
ในปี 2017 นาฬิกา Daytona Paul Newman เรือนที่เคยเป็นของ Paul Newman จริงๆ ถูกประมูลไปในราคาสูงถึง 623 ล้านบาท ซึ่งเป็นสถิติโลกในขณะนั้น แม้ว่า Rolex มือสองรุ่นนี้ เรือนอื่น ๆ จะราคาไม่สูงขนาดนั้น แต่ราคาของ Ref. 6239 ก็ได้พุ่งสูงขึ้นอย่างมากในทศวรรษที่ผ่านมา จากราคาประมาณ 3.5 ล้านบาทในปี 2010 มาเป็นหลายสิบล้านบาทในปัจจุบัน
2. Rolex Submariner Ref. 6538 "Big Crown"
Submariner Ref. 6538 หรือที่รู้จักกันในชื่อ "Big Crown" เป็นรุ่นที่โด่งดังจากการปรากฏตัวบนข้อมือของ Sean Connery ในภาพยนตร์เจมส์ บอนด์เรื่องแรกๆ ผลิตในช่วงปี 1954-1959 นาฬิการุ่นนี้มีเอกลักษณ์ที่เม็ดมะยมขนาดใหญ่ 8 มม. และไม่มี crown guards
Rolex มือสองรุ่นนี้ราคาเพิ่มขึ้นอย่างมากในทศวรรษที่ผ่านมา จากราคาประมาณ 1.75 ล้านบาทในปี 2010 มาเป็นหลายสิบล้านบาทในปัจจุบัน โดยเฉพาะเรือนที่อยู่ในสภาพดีและมีกล่องและเอกสารครบ
3. Rolex GMT-Master Ref. 6542 "Pussy Galore"
GMT-Master Ref. 6542 เป็นรุ่นแรกของตระกูล GMT-Master ที่ออกมาในปี 1954 มีชื่อเล่นว่า "Pussy Galore" เนื่องจากปรากฏในภาพยนตร์เจมส์ บอนด์เรื่อง Goldfinger บนข้อมือของตัวละคร Pussy Galore นาฬิการุ่นนี้มีเอกลักษณ์ที่ขอบหน้าปัดทำจาก Bakelite และหน้าปัดสีดำเงา
ราคาของ Ref. 6542 ได้เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จากราคาประมาณ 1.4-1.75 ล้านบาทในปี 2010 มาเป็นหลายสิบล้านบาทในปัจจุบัน โดยเฉพาะเรือนที่ยังคงมีขอบ Bakelite ดั้งเดิมในสภาพดี
4. Rolex Daytona Ref. 16520 "Zenith"
Daytona Ref. 16520 หรือที่รู้จักกันในชื่อ "Zenith Daytona" เป็นรุ่นที่ใช้กลไกอัตโนมัติจาก Zenith El Primero ผลิตในช่วงปี 1988-2000 นาฬิการุ่นนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ Daytona จากรุ่นไขลานมือเป็นรุ่นอัตโนมัติ
แม้ว่าจะไม่ได้หายากเท่ารุ่นอื่นๆ ในลิสต์นี้ แต่ Rolex มือสองรุ่นนี้ราคาก็ได้เพิ่มขึ้นอย่างมากในทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะรุ่นที่มีหน้าปัดพิเศษอย่าง "Patrizzi dial" ที่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลตามกาลเวลา ราคาได้เพิ่มขึ้นจากประมาณ 700,000 บาทในปี 2010 มาเป็น 1.75-3.5 ล้านบาทในปัจจุบัน
5. Rolex Sea-Dweller Ref. 1665 "Double Red"
Sea-Dweller Ref. 1665 "Double Red" เป็นรุ่นแรกของตระกูล Sea-Dweller ที่ออกมาในปี 1967 มีชื่อเรียกว่า "Double Red" เนื่องจากมีข้อความสองบรรทัดสีแดงบนหน้าปัด นาฬิการุ่นนี้มีความสามารถในการกันน้ำลึกถึง 2,000 ฟุต และมี helium escape valve
Rolex มือสองรุ่น Ref.1665 "Double Red" ราคา เพิ่มขึ้นอย่างมากในทศวรรษที่ผ่านมา จากราคาประมาณ 700,000-1,050,000 บาทในปี 2010 มาเป็นหลายล้านบาทในปัจจุบัน โดยเฉพาะเรือนที่อยู่ในสภาพดีและมีประวัติครบถ้วน
การเพิ่มขึ้นของราคานาฬิกา Rolex มือสองเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นในวงการนาฬิกาหรู ความต้องการของนักสะสม และการยอมรับในคุณค่าของนาฬิกาวินเทจ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องจำไว้ว่าตลาดนาฬิกามือสองมีความผันผวนสูง และ Rolex มือสองอาจมีราคาที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา การลงทุนในนาฬิกาเหล่านี้จึงควรทำด้วยความระมัดระวังและความรู้ที่เพียงพอ