Refresh แบรนด์ครั้งใหม่ จำเป็นต้องใส่ใจสิ่งแวดล้อม
06 Dec 2024

ใครรู้บ้างว่า ISO 14000 เป็นเรื่องมาตรฐานสากลว่าด้วยการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ คิดว่าคงเคยได้ยินกันแน่ๆ ใช่ไหมครับ

แต่มันมีอีกเยอะมากๆ เช่น ISO 14020 เป็นหลักการพื้นฐานในการติดฉลากผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม, ISO 14025 เป็นมาตรฐานของฉลากที่บ่งบอกผลกระทบของผลิตภัณฑ์ต่อสิ่งแวดล้อมโดยประเมินผลกระทบตลอดวัฏจักรชีวิต (Life Cycle Assessment), ISO 14042 เป็นการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์

ไปจนถึงตัวที่กำลังฮิตอย่าง ISO 14064-1 เป็นมาตรฐานว่าด้วยเรื่องหลักการและข้อกำหนดระดับองค์กร สำหรับการวัดปริมาณและการรายงานผลการปลดปล่อยและลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก รวมถึงข้อกำหนดการออกแบบ การพัฒนา การจัดการ การรายงานและการทวนสอบบัญชีรายการปลดปล่อยและการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกขององค์กร

บางท่านอาจจะเริ่มงงกันละว่าทำไมมีอะไรมากมายขนาดนี้ เอาเป็นว่ายังไม่ต้องจำ แต่ต้องเข้าใจครับ

 

 

ISO ย่อมาจาก International Organization for Standardization เป็นองค์กรระหว่างประเทศด้านมาตรฐาน ที่ออกมาตรฐานต่างๆ ที่เกี่ยวกับธุรกิจ และอุตสาหกรรม เพื่อการรับรองระบบการบริหารและการดำเนินงานขององค์กรให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก

นอกจากจะทำให้การทำงานมีมาตรฐานแล้ว ยังมักจะถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (Non-tariff Barrier) ที่ประเทศต่างๆ ใช้ป้องกันการค้าของประเทศตนเอง เช่น สมมติว่าประเทศเราไม่อยากให้สินค้าต่างชาติทะลักเข้ามา เราก็ตั้งกฎที่ว่าสินค้าที่นำเข้ามาได้ต้องมี ISO ตัวนั้น ตัวนี้ ทำให้หลายบริษัท หลายแบรนด์ที่ยังไม่ผ่านมาตรฐานที่กำหนดก็ไม่สามารถนำสินค้าเข้ามาขายได้

ในปัจจุบันนี้การรับรองมาตรฐานต่างๆ โดยเฉพาะสิ่งแวดล้อมถูกพูดถึงและนำมาใช้มากขึ้นเรื่อยๆ หากผู้บริหารไม่ได้ศึกษาไว้ รับรองว่าตกขบวนแน่นอน เพราะโลกเรากำลังเปลี่ยน โลกเราร้อนเร็วขึ้น และร้อนเร็วเกินกว่าที่คาดเอาไว้ไปแล้ว ดังนั้นในบทความฉบับนี้ผมนำเรื่องที่ต้องรู้มาฝากท่านผู้อ่านกันครับ

 

COP (Conference of Parties to the United Nations Framework Convention on Climate Change)

COP เป็นการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ดังๆ ได้แก่ ข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) เกิดขึ้นจากการประชุม COP ครั้งที่ 21 ที่ปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2558 เป็นความตกลงตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) (ประเทศไทยได้เข้าร่วมข้อตกลงปารีส เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2559 โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี)

สาระสำคัญของความตกลงปารีส คือ การจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกในศตวรรษนี้ให้ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรม และพยายามรักษาการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส แต่เราทำไม่ได้ครับ

นักวิทยาศาสตร์จากองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก คาดการณ์ว่าโลกจะมีอุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1.5 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรม เป็นครั้งแรกภายในปี 2027 อุณหภูมิที่สูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียสจะกระตุ้นให้เกิดความเสี่ยงที่ของวิกฤติหลายอย่าง เช่น สัตว์เฉพาะถิ่นสูญพันธุ์ การตายของแนวปะการัง การละลายตัวของธารน้ำแข็งขั้วโลก รวมถึงการขาดแคลนอาหารหลายชนิด ถ้าไม่ต้องดูในแง่วิชาการ แค่เรารู้สึกมันก็ร้อนมากขึ้นๆ ทุกปีอยู่แล้ว

 

 

การประชุมล่าสุด COP28 ที่ดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีรัฐบาลกว่า 200 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วม และมีการพูดถึงเรื่องนี้กันอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้นอีกครั้ง เรียกร้องให้ตระหนักว่าจะต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง ร้อยละ 43 ภายในปี 2573 ซึ่งปัจจุบันการปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังคงเพิ่มขึ้น มีการเรียกร้องให้เพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนทั่วโลกเป็น 3 เท่า ผู้นำกว่า 130 ประเทศได้ลงนาม COP28 UAE ว่าด้วยการเกษตร อาหาร และสภาพภูมิอากาศ (COP28 UAE Declaration on Agriculture, Food, & Climate) เพื่อสนับสนุนความมั่นคงทางอาหาร

ส่วนการประชุม COP ครั้งที่ 29 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-22 พฤศจิกายน 2568 ณ เมืองบากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน เป็นการประชุมเพื่อบรรลุกรอบความโปร่งใส และเป้าหมายใหม่เชิงปริมาณด้านการเงิน ที่ถูกจับตามองมากเพราะโลกกำลังประสบปัญหาด้านการเงินด้วย ทั้งหนี้สาธารณะ เศรษฐกิจ เงินเฟ้อ ทำให้หลายคนคาดว่าการประชุมในครั้งนี้จะได้ผลออกมาเป็นรูปธรรมหรือไม่

 

Nationally Determined Contribution – NDC (การมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด)

การมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (Nationally Determined Contribution - NDC) คือการกำหนดให้มีการจัดทำ การแจ้ง และจัดให้มีการทบทวนอย่างต่อเนื่อง โดยแจ้งทุกๆ 5 ปี และแสดงถึงความก้าวหน้าที่เพิ่มขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามที่เป็นไปได้สูงสุด ตามหลักความรับผิดชอบร่วมกัน

เช่น ประเทศไทยจะยกระดับเป้าหมายของการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก ซึ่งก่อนหน้านี้ไทยเราได้ให้คำมั่นสัญญา NDC จะต้องลดก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 30-40% จากกรณีดำเนินการตามปกติ ภายในปี 2030 (จะทำได้ไหม ทำได้หรือเปล่า)

 

 

Carbon Neutrality v.s. Net Zero

Carbon Neutrality การเป็นกลางทางคาร์บอน คือความสมดุลระหว่างปริมาณคาร์บอนที่ถูกปล่อยกับปริมาณคาร์บอนที่ถูกกำจัด เช่น การปลูกต้นไม้เพิ่ม (ต้องเป็นไม้ยืนต้น 58 ชนิดที่กำหนด จำนวนขั้นต่ำ 10 ไร่ขึ้นไป) หรือการใช้พลังงานทดแทน (Renewable Energy) สามารถทำได้รวดเร็ว เช่นการซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยการปล่อยคาร์บอนขององค์กร

Net Zero การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ คือการบรรลุเป้าหมายโดยพยายามทำให้ไม่มีการปล่อยคาร์บอนหรือเป็นการที่องค์กรลดการปล่อยคาร์บอนโดยสมบูรณ์ตลอดทั้งห่วงโซอุปทาน ต้องทำในระยะยาวเนื่องจากต้องเข้าไปปรับกระบวนการทั้งหมดในการทำงานขององค์กร รวมถึงห่วงโซ่อุปทานทางธุรกิจทั้งหมด

 

 

ตัวอย่างองค์กรที่ลงมือแล้ว เช่น

  • บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด หรือ ซีพี ได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและนโยบายที่จะเป็นองค์กรที่เป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2030 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050
  • บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี กำหนดเป้าหมายการเข้าสู่ Net Zero ผ่าน 7 แกนหลัก Smart City ทั้งการจัดการพลังงานทั้งนี้ IMPACT ลดการใช้พลังงานในพื้นที่จัดแสดงงานได้เกินเป้าอยู่ที่ 7.83% รวมถึงกำหนดนโยบายการจัดแสดงงานอย่างยั่งยืนตาม ISO 20121

 

เอาเป็นว่าเบาๆ เท่านี้ก่อน แล้วจะมาเล่าให้ฟังต่ออีกมากมายมหาศาลที่องค์กรต่างๆ ทั่วโลกกำลังปรับตัวให้เกิดสิ่งที่ดีสำหรับโลกใบนี้ อย่างที่บอกว่า ถ้าไม่ทราบ ถ้าไม่ทำ รับรองตกขบวนแน่ ติดตามกันไว้ให้ดีนะครับ 

 



บทความจากนิตยสาร MarketPlus ฉบับที่ 170 October 2024

[อ่าน 9,607]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สร้างการรู้จักให้ปัง ด้วยพลังการบอกต่อ (Word-of-Mouth Marketing)
ปัจจัยที่ 5 ของคุณคืออะไร
เปิดบ้าน “TrueID” แพลตฟอร์มคนไทย คุยกับ “วินท์รดิศ” ในวันที่ OTT ต้องลุยสมรภูมิแข่งเดือด
การวางตำแหน่งของแบรนด์ (Brand Positioning) สำคัญอย่างไร
ตลาดสุกี้ 25,000 ล้าน เดือดยิ่งกว่าน้ำซุปในหม้อ เมื่อ MK โต้กลับ ตี๋น้อย - ลัคกี้ สุกี้
Refresh แบรนด์ครั้งใหม่จำเป็นต้องใส่ใจสิ่งแวดล้อม (2)
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved