แม้แรงส่งจากการบริโภคภาคเอกชนยังมีอยู่บ้าง แต่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการการเติบโตของ GDP ปี 2568 ไว้ที่ 2.4% จากเดิมที่เคยคาดว่าจะดีขึ้นกว่านี้ สะท้อนความเปราะบางของเศรษฐกิจไทยที่ต้องรับแรงกระแทกจากหลายด้าน โดยเฉพาะผลกระทบจากนโยบายภาษีศุลกากรใหม่ของสหรัฐฯ ที่เริ่มมีผลตั้งแต่เดือนเมษายน 2568 เป็นต้นไป
นายบุรินทร์ อดุลวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ และหัวหน้าทีมนักเศรษฐศาสตร์ของศูนย์วิจัยกสิกรไทย วิเคราะห์ว่า ข้อตกลง Mar-a-Lago Accord ที่สหรัฐฯ พยายามผลักดันในปีนี้ มีเป้าหมายให้อ่อนค่าดอลลาร์สหรัฐ เพื่อหนุนการส่งออกและลดหนี้ โดยเรียกร้องให้พันธมิตร เช่น ญี่ปุ่น เยอรมนี หรือไทย เข้าถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 100 ปี
นายรุจิพันธ์ อัสสะรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฯ ชี้ว่า ตลาดรถยนต์โลกกำลังเผชิญการแข่งขันที่ดุเดือดจากการปรับขึ้นภาษี โดยเฉพาะจีนที่ใช้กลยุทธ์ราคาดัมพ์ตลาด ขณะที่ผู้ผลิตรายใหญ่ เช่น ญี่ปุ่น เยอรมนี เกาหลีใต้ ต่างหันมาลงทุนตั้งฐานการผลิตในสหรัฐฯ มากขึ้น เพื่อลดผลกระทบจากกำแพงภาษี
ประเทศไทยในฐานะผู้ส่งออกรถยนต์ก็ไม่พ้นผลกระทบ โดยเฉพาะเมื่อยอดการส่งออกคิดเป็น 67% ของกำลังการผลิตทั้งหมด ซึ่งการปรับลดราคารถยนต์ในตลาดโลกและการแข่งขันที่รุนแรงทำให้ไทยเริ่มเสียส่วนแบ่งตลาดให้กับประเทศคู่แข่งในออสเตรเลีย
นางสาวเกวลิน หวังพิชญสุข รองกรรมการผู้จัดการฯ ระบุว่า สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ เป็นหลัก เริ่มได้รับผลกระทบจากคำสั่งซื้อลดลง ส่วนอุตสาหกรรมยานยนต์และโลหะก็ได้รับผลทางอ้อมจากการแข่งขันรุนแรง ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว
แรงงานในภาคการผลิต โดยเฉพาะกลุ่มทักษะต่ำ เริ่มเผชิญความเสี่ยงด้านรายได้ ขณะที่โรงงานขนาดกลางถึงใหญ่ในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ เริ่มทยอยปิดกิจการมากขึ้นในช่วงต้นปี 2568
แม้การท่องเที่ยวยังเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ปีนี้ดูเหมือนจะไม่สดใสนัก โดยเฉพาะจำนวนนักท่องเที่ยวจีนและมาเลเซียที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้รายได้จากการท่องเที่ยวไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากภาคส่งออกได้เหมือนที่ผ่านมา
นางสาวณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการฯ ประเมินว่า หากไทยถูกสหรัฐฯ ขึ้นภาษีอีก 10% จีดีพีจะลดลง 0.3% ซึ่งรวมไว้แล้วในประมาณการปัจจุบัน แต่หากถูกขึ้นภาษีถึง 25% จีดีพีอาจได้รับผลกระทบถึง -0.6% และทำให้การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ร่วงลงไปอยู่ที่ราว 2.0%
ด้านนางสาวธัญญลักษณ์ วัชระชัยสุรพล รองกรรมการผู้จัดการฯ ชี้ว่า แม้แนวโน้มดอกเบี้ยไทยจะปรับลดลงตามเฟด แต่การระดมทุนของภาคเอกชนอาจไม่ได้รับประโยชน์เท่าที่ควร เพราะบรรยากาศการลงทุนยังระมัดระวัง ขณะที่สินเชื่อภาพรวมทั้งระบบในปี 2568 คาดว่าจะโตเพียง 0.6% โดยเฉพาะสินเชื่อเอสเอ็มอีและสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ที่ยังมีแนวโน้มหดตัว